บทที่ 9 จับชู้คาเตียง (3)

แววตาคู่งามลุกโชนเหมือนเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผาทุกอย่างให้ดับมอดกลายเป็นเถ้าถ่าน มือเรียวงามทว่าพละกำลังมหาศาลเพราะอยู่ในโหมดโกรธจนไม่แน่ว่าอาจล้มช้างได้ทั้งตัวยกขึ้นฟาดหน้าคู่หมั้นหนุ่มที่หลงคิดว่ามันเป็นคนดี และกำลังจะกลายเป็นอดีตอันน่ารังเกียจเร็ว ๆ นี้สุดแรงแบบไม่ให้ทันตั้งตัวสามทีซ้อน

ถ้าจะใช้ความรุนแรงมันต้องเริ่มจากไอ้ตัวดีนี่ก่อนเลย เพราะหากหัวใจมันหนักแน่น คิดถึงความถูกต้องเรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวมันดังไม่ได้หรอก นี่มันให้ความร่วมมือทำชั่วแล้วยังพูดจาโสโครก ลับหลังกับนังตัวร้าย เธอจะลดค่าตัวเองด้วยการลับหูหลับตาอภัยให้ได้ยังไง ตบเสร็จเปรมาก็ขยุ้มผม ดึงทึ้ง จับเขย่า ทำเอาณัฐดนัยหัวสั่นหัวคลอน

“ไอ้ชั่วเอ๊ย!” แค่นเสียง พลางจิกหัวขึ้นมา

เรื่องเลวทรามที่เกิดขึ้นมันผิดด้วยกันทั้งคู่อย่างไม่ต้องสงสัย สมควรได้รับการสั่งสอนแบบจัดหนักจากเธอผู้ถูกกระทำย่ำยีหัวใจ นาทีนี้เปรมาไม่สนใจแล้วว่าหน้าไหนเป็นหน้าไหน รู้อย่างเดียวคือตนเองเป็นฝ่ายถูกหักหลังอย่างเจ็บแสบ พูดถึงเธอลับหลังอย่างสนุกสนาน ดูถูกดูแคลนสารพัด เห็นเธอเป็นคนโง่เขลาอยากจะหลอกหรือปั่นหัวยังไงก็ได้ พละกำลังที่ลดลงเล็กน้อยเหมือนได้รับการเติมเต็มอีกเท่าตัว

“โอ๊ย! ไอรีนผมเจ็บ ไอรีนครับหัวผมจะหลุดแล้ว ไอรีน โอ๊ย” ณัฐดนัยทั้งเจ็บทั้งเวียนหัวจนอ้วกแทบพุ่ง พยายามจะจับมือเหนียว ๆ เหมือนมือตุ๊กแกของคู่หมั้นสาวออกเพื่อลดความเจ็บปวดที่ได้รับมากที่สุดในชีวิต แต่ในสถานการณ์อย่างนี้เขากลับสู้เธอไม่ได้ น่าขายขี้หน้านัก ปกติเขาเป็นผู้ชายเจ้าสำอางที่รักแต่ความสบาย เรื่องการใช้กำลังต่อสู้กับคนอื่นจึงไม่ถนัด โดนอะไรนิดหน่อยก็เจ็บ เสเพลแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง

แค่นี้เปรมาพอจะมองออกแล้วว่าคู่หมั้นจอมเสแสร้งของตัวเองเป็นคนเหยาะแหยะสิ้นดี เก่งแต่ใช้ปากหลอกลวง ป้อนคำหวาน ที่ผ่านมาเธอไม่เคยรู้เลย เพราะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน อีกอย่างเธอก็แทบไม่เคยทำตัวอ่อนแอ คิดแต่จะพึ่งพาณัฐดนัยให้คอยช่วยเหลือทำโน่นทำนี่ให้ เห็นแบบนี้ยิ่งหงุดหงิดในความโง่ของตัวเองที่มองคนแบบนี้ไม่ขาด หงุดหงิดชะมัด!

“โดนตบตีแค่นี้จะแหกปากร้องโอดโอยทำไมนักหนา ตอนเอาไอ้หนอนชาเขียวเน่า ๆ แยงรู กระแทกใส่นังเปรมมิกาชู้รักตัวดีนี่ทำไมไม่เห็นกลัวว่าตอนตกนรกไปจะถูกยมบาลทรมานร่างกายเส็งเคร็งไม่ได้เรื่องของตัวเองยังไงเลย นี่ฉันอุตส่าห์หวังดีช่วยสงเคราะห์ให้ ซ้อมเจ็บไว้แต่เนิ่น ๆ ตกนรกขุมที่ลึกที่สุดหลังจากตายไปจะได้ทนความทรมานที่มากกว่านี้ไหว!”

“ผมรู้แล้วว่าทำผิดต่อคุณ ทรยศคุณ เพราะงั้นที่รักพอเถอะครับ ผมสำนึกผิดแล้ว โอ๊ย! ไอรีนผมเจ็บ” ณัฐดนัยไม่สนใจแล้วว่าจะถูกด่าว่ายังไงบ้าง ขอแค่เอาตัวเองรอดพ้นจากเงื้อมมือมารของเปรมาได้ก็พอ พ่อแม่แท้ ๆ ยังไม่เคยลงมือหนักขนาดนี้มาก่อน แต่หญิงบ้ารายนี้กลับไม่ไว้หน้าเขาเลย ความอยากเอาชนะมีแวบเข้ามาแต่หาทางให้ตัวเองหลุดไม่ได้

“พี่ไอรีนขา อย่าทำร้ายพี่นัยอีกเลยค่ะ พี่นัยเจ็บมากแล้วนะคะพี่ไอรีนสงสารพี่นัยเถอะค่ะ เรื่องราวมันเลยเถิดมากเกินไปแล้วนะคะ” เธอปวดใจที่ชายคนรักถูกทุบตี ทว่าสังเกตจะเห็นว่าริมฝีปากเปรมมิกาบิดเบี้ยวอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเกลียดคำว่าที่รักที่ณัฐดนัยพูดกับเปรมาจนอยากจะตะโกนว่าอย่าพูดนะ ถึงจะเป็นแค่การเอาตัวรอดเธอก็ไม่ต้องการได้ยินอีก

คำนั้นสมควรมีแค่เธอที่เขาจะเรียก!

เปรมาตวัดตามองคนห้าม พลางยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะผลัก ณัฐดนัยจนหัวไปกระแทกผนังเตียงเสียงโป๊กอย่างไม่แยแสว่ามันจะกระทบกระเทือนสมองจนทำให้คนโง่ลงกว่าเดิมอีกหรือเปล่า เรียกว่าเจ็บซ้ำซ้อนจนหมดสภาพ

การใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดหญิงสาวรู้เรื่องนี้ดีแต่มันอดใจไม่ไหว ใครไม่เจอแบบเธอคงไม่รู้ว่าแค้นนี้ยากชำระให้เสร็จสิ้นแค่ด่ากราดไม่กี่คำในครั้งเดียว นี่ยังถือว่าเธอมีสติ ถ้าหากไม่มีคงเละกว่านี้

จัดการตัวผู้พอให้ได้ระบายโทสะแล้วเธอก็หันมาหาตัวเมียที่แหกปากร้องห้าม แสยะยิ้มเหี้ยมมุมปาก “เป็นห่วงกันมากงั้นก็มาช่วยรับเคราะห์แทนกันหน่อยเป็นไง” ไม่พูดเปล่า ยื่นมือออกไปกระชาก ลากแขนเปรมมิกาลงมาจากเตียงอย่างไร้ความปรานี ใส่ชุดราตรีหรูหราแล้วยังไง มันไม่ทำให้เธอรู้สึกลำบากอะไรเลย กระฉับกระเฉงเหมือนสวมกางเกง

“พี่ไอรีนไม่นะคะ ฮือ ไม่เอา อย่าตี อย่าตบไอด้าเลยค่ะ ไอด้าขอโทษ” ถึงคราวตัวเองเปรมมิกาก็หน้าซีดเผือด ลืมไปว่าคราวเคราะห์อาจมาถึงตัวทุกเมื่อ คิดจะสงบปากตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว ทั้งกลัวเจ็บ และกลัวเสียโฉม

ถึงขั้นยอมยกมือไหว้ ท่าทางน่าสมเพชยังไงในสายตาคนมองก็ยอมฝืนทน เพื่อหวังเอาตัวรอดจากเงื้อมมือของนังปีศาจชั่วที่จ้องแต่จะทำร้ายคนไปทั่ว เมื่อกี้เธอดันคิดน้อยไปหน่อย ไม่ยอมพาตัวเองหนีไปตั้งหลักก่อน

แต่ขอโทษให้ตายยังไงเปรมาก็ไม่มีทางยอมยกโทษให้ง่าย ๆ “เลิกพูดคำว่าขอโทษซ้ำไปซ้ำมาเหมือนคนโง่กับฉันสักทีเถอะน่า เพราะคำขอโทษของเธอมันดูไร้ความจริงใจมากเหลือเกินเปรมมิกา คิดถึงตอนที่พวกแกระเริงรักกันแล้วพูดถึงฉันลับหลังสิ แกเห็นว่าฉันคนนี้มันน่าโง่มากเลยใช่ไหม น่าสมเพชมากใช่หรือเปล่า อยากเห็นฉันฟูมฟายร้องไห้จนหมดสภาพงั้นสินะ แต่โทษทีที่ฉันมันแกร่งเกินกว่าจะเสียน้ำตาให้เธอได้ใจ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป